แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Our Sun's Family : พลิกตำรา ตามหาญาติ....ของ ดวงอาทิตย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Our Sun's Family : พลิกตำรา ตามหาญาติ....ของ ดวงอาทิตย์ แสดงบทความทั้งหมด

Our Sun's Family : พลิกตำรา ตามหาญาติ....ของ ดวงอาทิตย์ [หน้า 2/2]

 
   Our Sun's Family : พลิกตำรา ตามหาญาติ....ของ ดวงอาทิตย์ [หน้า 2/2]
 
 
ดวงอาทิตย์เปรียบเทียบขนาดกับโลก
 
 
ว่าด้วยต้นวงศ์วานของดวงอาทิตย์

ทางทฤษฎี สมาชิกดาวของกระจุกดาว จะมีตำแหน่งทอดระยะทางออกกว้างและ
ไกล ในกลุ่มอาจมีดาวโชติช่วงสว่างไสวและสลัวๆปะปนกันไป เป็นเรื่องปกติ หาก
มีข้อมูลเพิ่มเติมจากการสำรวจ อาจสามารถมีคำตอบต่อ จุดกำเนิดกระจุกดาวของ
ดวงอาทิตย์ได้

เพราะระบบสุริยะของเรา หมุนวนเป็นวงกลม ไปรอบๆบริเวณ Galactic disk และ
มีระยะห่างจากจุดศุนย์กลางของกาแล็คซี ทางช้างเผือก(Center of Milky way)
ราว 30,000 ปีแสงมีระยะสูงกว่าระนาบของทางช้างเผือก (Plane of milky way
galaxy) ราว 15 ปีแสง หมุนโคจรด้วยความเร็ว 234 กม./วินาที ซึ่งที่ผ่านมาได้
โคจรเป็นวงกลม มาแล้ว 27 รอบจนปัจจุบัน

ลักษณะการโคจรมิใช่เป็นการวิ่งวนรอบ (เหมือนโลก โคจรรอบดวงอาทิตย์)
แต่มีความซับซ้อนมากมายที่มั่นคง โดยสนามแรงโน้มถ่วง (Gravitation field)
ของกาแล็คซี่

ถ้ามองย้อนกลับไป เห็นได้ว่าสนามแรงโน้มถ่วง มิได้มีการเปลี่ยนแปลงตลอด
4.6 พันล้านปี จากแนวผังย้อนเวลาของเส้นทางโคจร พิจารณาด้วยเหตุผลทั่วไป
จะพบตำแหน่งกำเนิด ดวงอาทิตย์ ห่างจุดศุนย์กลางของกาแล็คซี ทางช้างเผือก
33,000 ปีแสง และมีระยะสูงกว่าระนาบของทางช้างเผือก (Plane of milky way
galaxy) ราว 200 ปีแสง

แต่อะไรคือปริศนา ในคำตอบเรื่องความพอเพียงของธาตุหนัก (Heavy elements)
ซึ่งมีอยู่ในเขตชั้นในของกาแล็คซี เมื่อจุดกำเนิดดวงอาทิตย์ ห่างออกมามากและ
เป็นตำแหน่งที่ขาดแคลนธาตุหนัก อันเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบชีวิตบน
ระบบดาวเคราะห์ในจักรวาล

ซึ่งอย่างน้อย จุดกำเนิดดวงอาทิตย์ ควรมีตำแหน่ง ห่างจากจุดศุนย์กลางของ
กาแล็คซี ทางช้างเผือก 9,000 ปีแสง จึงถือว่ามีธาตุหนักเพียงพอ

อีกหนทางหนึ่งซึ่งมีความเป็นไปได้ การปรากฎขึ้นของ Supernovas ทำให้สร้าง
เมล็ดพันธ์ุจากเศษสะเก็ดดาว ด้วย Iron 60 (เกิดจากการสังเคราะห์นิวเคลียส
ของดาว) เป็นธาตุหนักพุ่งจากระยะไกลเข้าสู่ดวงอาทิตย์ในยุคนั้น และปรากฎ
เป็น Nickel 60 จากตัวอย่างหลักฐานที่พบ

หรืออีกกรณี เกิดการโคจรแบบผิดทิศทาง เหตุจากการเปลี่ยนแปลงสนามแรง
โน้มถ่วง เพราะว่าทางโคจรมีการขยับเบี่ยงเบน โดยแรงดูดดึงของดาวใกล้เคียง
หรือจากความกดดันของกลุ่มหมอกก๊าซขนาดใหญ่ ในขณะที่ผ่านเข้าใกล้ ซึ่งหาก
ดวงอาทิตย์มีจุดกำเนิดใกล้ศูนย์กลาง ของกาแล็คซี่หลักการนี้จะมีความถูกต้อง
 
 
สมมุติฐานเบื้องต้น ดวงอาทิตย์ อาจเกิดขึ้นในกระจุกดาว ราวๆ 50-400 ดวง
 
  เหตุใดดวงอาทิตย์ จึงไร้ญาติขาดมิตร

การคำนวณเบื้องต้นได้ตัวเลข พี่น้องท้องเดียวกันกับดวงอาทิตย์ ประมาณ 50 ดวง
มีระยะอยู่ในขอบเขต 300 ปีแสง และถัดออกไปอีกในระยะ 3,000 ปีแสง พบดาว
400 ดวง ซึ่งเป็นครอบครัวเดิม แต่พลัดพลาดห่างไกลจากดวงอาทิตย์

การที่ดวงอาทิตย์ไม่มีดาวอื่นข้างเคียงเลย (ในระบบสุริยะอื่นๆ อาจมีดวงอาทิตย์
มากกว่า 1 ดวง) มีเหตุผลประกอบว่า การโคจรด้วยความเร็วกว่า 200 กม./วินาที
(12,000 กม./นาที) อัตราความสัมพันธ์ของความเร็ว ซึ่งเกิดความมั่นคงต่อแรง
โน้มถ่วงซึ่งกันและกันของกระจุกดาว (ดาวแต่ละดวงมีความเร็วต่างกันเล็กน้อย)

ดังเช่นรถยนต์ เป็นจำนวนมากวิ่งตามกันเป็นสาย ด้วยความเร็วที่ไล่เรียงในสนาม
แข่ง แต่มีบางคันที่เร่งความเร็วขึ้น ก็จะทิ้งห่างคันอื่นออกไปเรื่อยๆ

การที่ดวงอาทิตย์ โคจรมาแล้ว 27 รอบ (ของกาแล็คซี่) จากความแตกต่างของ
ความเร็วซึ่งกันและกันเพียงเล็กน้อย เมื่อนานขึ้นก็ทิ้งห่างดาวอื่นๆไปเกือบครึ่ง
ทางรอบวงของกาแล็คซี

บางกรณีอาจขึ้นอยู่กับ ความเร็วที่สัมพันธ์กันกับเวลาตั้งแต่ต้นกำเนิดดาว เป็นเหตุ
ของการหลุดพ้น ออกมาจากกระจุกดาว ร่วมกับความเร็วที่ส่งท้ายของดวงอาทิตย์ ก้าวนำสู่ทางโคจรทิ้งดาวอื่นๆอยู่ข้างหลัง

การแยกตัวกันระหว่าง กลุ่มกระจุกดาว (Family breakup)

ในทางทฤษฎีสามารถคำนวณและสำรวจเพื่อสืบค้นได้ จากการแยกตัวออกมา
ของดวงอาทิตย์ (ตามลำดับภาพ 1-3) และยังเป็นกรณีหนึ่งต่อการที่จะหาคำตอบ
ถึงต้นกำเนิดระบบสุริยะ ว่ามีความเป็นมาอย่างไร
 
 
 
1.ราว 200 ล้านปี หลังจากดวงอาทิตย์ถือกำเนิด

ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัว แยกอออกจากกลุ่มกระจุกดาวของตน ด้วยความเร็ว
เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่กี่กิโลเมตรต่อวินาที จากดาวที่อยู่ข้างเคียงที่ทั้งหมด
หมุนวนโคจรไปรอบๆกาแล็คซี ด้วยความเร็วเฉลี่ย 200 กิโลเมตร/วินาที
 
 
 
2.ราว 250 ล้านปี หลังจากดวงอาทิตย์ถือกำเนิด

เป็นช่วงเวลาที่ กระจุกดาวของดวงอาทิตย์ หมุนวนไปรอบกาแล็คซี่ 4 รอบ ในแนว
ของ Galactic center ดาวในกลุ่มเริ่มถอยห่างกันออกไปราว 100 ปีแสง
 
 
 
3.ผ่านมาถึงวันนี้ 4.6 ล้านปี

ดวงอาทิตย์หมุนวนไปรอบ กาแล็คซีแล้ว 27 รอบ กระจุกดาวที่เคยเกาะกลุ่ม
อยู่รวมกัน ต่างเลื่อนไหลห่างไกลออกไปนับพันปีแสง ยังหลงเหลือจำนวนน้อย
มากในรัศมี 300 ปีแสงจากจุดศูนย์กลางของดวงอาทิตย์
 
 
ตำแหน่งดาวที่อยู่ ในรัศมี 10 ปีแสง จะเป็นญาติพี่น้องกับดวงอาทิตย์ หรือไม่ ?
 
 
จุดใจกลาง Milky way galaxy บริเวณนี้มีดาวมากกว่า 100,000 ดวง
 
 
ตามล่าหาความจริง อาจพบต้นตระกูลสายธารแห่งชีวิต

หากมองเข้าไปในบริเวณ แหล่งต้นกำเนิดของดวงอาทิตย์ แบบ 3 มิติ ในบริเวณ
ระนาบของทางช้างเผือก ที่เป็นตำแหน่งโดยตรงของระบบสุริยะ จะเห็นตำแหน่ง
ความเคลื่อนไหวของดาวเป็นฉากซ้อนกัน ในรัศมี 1,000 ปีแสงของดวงอาทิตย
์เป็นจำนวนมาก

โครงการเพื่อสำรวจประชากรดาว โดยสำรวจแนวผ่านของดวงอาทิตย์ หาองค์
ประกอบต่างๆว่า คล้ายกับดวงอาทิตย์หรือไม่ หากพบว่าองค์ประกอบที่เหมือนกัน หรือคล้ายกับกระจุกดาวใด จะทำให้ทราบคำตอบได้ถึงแหล่งกำเนิดที่แท้จริงได้

แม้ว่าดวงอาทิตย์ ขณะนี้เหมือนเป็นดาวโดดเดี่ยว ไม่มีญาติพี่น้อง ในวันนี้ต้อง
สืบค้นข้อมูลย้อนหลังลึกลงไป ก่อนการก่อตัวของระบบสุริยะ ซึ่งจะต้องใช้
Compute ช่วยประมวลผล หาจุดกำเนิดดวงอาทิตย์ ให้แน่นอนโดยไม่ผิดพลาด

โดยการตรวจสอบ สภาพสนามแรงโน้มถ่วงของกาแล็คซีว่า ส่งผลต่อเหล่าบรรดา
ญาติพี่น้องของดวงอาทิตย์ หรือไม่ ไม่แน่นักว่าญาติพี่น้องของดวงอาทิตย์ที่มี
องค์ประกอบเดียวกันนั้น อาจจะมีรูปแบบเหมือนระบบสุริยะเช่นกัน

หรืออาจมีความพิเศษของดาวเคราะห์เป็น โลกอื่น ที่เหมือน โลกของเราก็ได้
ทางทฤษฎีแล้วเชื่อว่า มนุษย์คงมิได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว เพียงลำพังในกาแล็คซี่
ทางช้างเผือก แม้ว่าดวงอาทิตย์จำนวนมากมีข้อวิปริต ผิดแปลกให้ระบบสุริยะอื่น
แต่ก็มีไม่ใช้น้อยเช่นกัน ที่ควรมีระบบของธรรมชาติแห่งชีวิตดังเช่นโลก ดังนั้น
จึงเกิด แผนการณ์สำรวจต่างดาว และขบวนการสืบค้นโลกใหม่
 
 
เริ่มมีหลักฐานบ่งชี้ ว่าดวงอาทิตย์เป็นสิ่งนำพา ต้นกำเนิดชีวิตอันไกลโพ้นสู่ระบบสุริยะ
 
 
 
References :

Chandra X-ray Observatory
Department of Physics University of Oregon
Leiden Observatory of Leiden University - Netherlands
Gaia Conference at the University of Heidelberg
 

Our Sun's Family : พลิกตำรา ตามหาญาติ....ของ ดวงอาทิตย์ [หน้า 1/2]

 
   Our Sun's Family : พลิกตำรา ตามหาญาติ....ของ ดวงอาทิตย์ [หน้า 1/2]
 
 
 
ความรู้สึกของคนทั่วไป คิดว่าดวงอาทิตย์ เป็นดาวโดดเดี่ยว (Solitary star) ใน
ระบบสุริยะอันกว้างใหญ่ เพราะเป็นดาวที่ห่างไกล จากดาวดวงอื่นๆหลายปีแสง
อย่างน้อยดาวใกล้ที่สุดจากโลก คือ Alpha Centauri มีระยะทางถึง 4.3 ปีแสง

ถ้าความเร็วการเดินทางด้วยยานอวกาศ 35,000 ไมล์/ชั่วโมง ไปยังดาวดังกล่าว
ต้องใช้เวลาถึง 40,000 ปี ในอวกาศมีพื้นที่เปรียบเสมือนมหาสมุทร มองไปทาง
ไหนเวิ้งว้าง เหมือนนานๆจะเห็นเล็กๆสักเกาะหนึ่ง

ดังนั้นระยะอันห่างไกล ทำให้รู้ลึกว่าโดดเดี่ยว ความเป็นจริงหากเปรียบเทียบแล้ว
รอบๆนั้นยังมีดาวอีกมายมาก และเชื่อมโยงสนามแรงโน้มถ่วง บนผืนมิติเดียวกัน
แสดงว่าดาวเหล่านั้นมิได้แยกตัวกันอยู่อย่างสันโดด อย่างน้อยดาวจะอยู่รวมกัน
เป็นกระจุก (Cluster) ตั้งแต่ราว 10 ดวง จนกระทั่งมากกว่า 10,000 ดวง อาจถึง
หลายล้านดวงก็ได้ มีขอบเขตระยะห่างหลายๆปีแสง

ในทางทฤษฎี ดาวก่อกำเนิด ขึ้นเป็นกลุ่ม การก่อกำเนิดจะกระจายตัวกว้างออกไป
โดยใช้เวลานับพันล้านปี และดาวเหล่านั้นเกิดขึ้นจากมีการผสมผสานสิ่งเหลือใช้
ใช้ของ กาแล็คซี่ (Galaxy)
 
 
ระบบดาว Alpha Centauri system ที่ใกล้โลกที่สุด
 
 
Gaia satellite (GAIA) เพื่อการสำรวจดาว 100,000 ดวง ถ่ายภาพดาวไม่น้อยกว่า 1,000,000 ภาพ
สำรวจดาวเคราะห์ ระบบสุริยะพิเศษ 3,000 ดวง และดาวเคระห์ที่มืดสลัวอีก 5,000 ดวง
สำรวจ Supernovae จำนวน 20,000 ดวง Quasars จำนวน 100-1,000 ดวง
ดาวแปรแสง ประมาณ 1,000,000 ดวง พร้อมดาวหาง ดาวเคราะห์น้อย นับล้านรายชื่อ
 
 
ขบวนการหาตำตอบ ดวงอาทิตย์ มาจากไหนกัน

คำตอบอาจมาจากกระจุกดาว (Star cluster) บางแห่งได้หรือไม่ ? และกระจุกดาว
นั้นยังคงมีอยู่ เพราะกาแล็คซีทางช้างเผือกของเรามิได้อ้างว้าง มีดาวอยู่นับหลาย
พันล้านดวง แต่ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานมาก กระจุกดาวนั้นได้กระจายแยกออกไป
เรื่อยๆจนห่างไกลกัน

การผุดขึ้นของดวงอาทิตย์ครั้งแรกตอนเยาว์วัย ควรจะมีดาวที่เป็นญาติพี่น้องนับ
พันดวง และดวงอาทิตย์เป็นหนึ่งในนั้น หากมองเห็นย้อนอดีตได้ พื้นที่อวกาศใน
ขณะนั้น สว่างไสวไม่มีกลางคืน มีแต่กลางวันด้วยแสงของดาวมากมาย

จากนั้นจึงปรากฎขึ้น เป็นระบบสุริยะภายหลัง เหตุด้วยระยะเวลายาวนานมากจาก
ครั้นแรกที่กระจุกดาวก่อตัวถือกำเนิด วิธีการตรวจสอบตามหา ต้นกำเนิดและดาว
ญาติพี่น้องของดวงอาทิตย์ ต้องใช้ดาวเทียม ของ European Space Agency's
Global Astrometric Interferometer for Astrophysics (GAIA) เริ่มโครงการใน
ปี ค.ศ. 2011

โดยคำนวณ Trajectory (แนววิถี) จากรูปแบบ โครงสร้างการก่อตัวเริ่มขึ้นของ
กระจุกดาว (Star Clusters) จากการคาดการจนกระทั่ง การกระจายตัวออกไปใน
ทิศทางสุดท้ายด้วยภายใต้เงื่อนไข ค้นหาฝุ่นก๊าซและหมอกอวกาศ ย้อนหลังกลับ
ไปยังส่วนที่ หลงเหลือปรากฎอยู่ในระบบสุริยะ
 
 
การระเบิดของ Supernova อาจมีส่วนเกี่ยวข้องนำพาธาตุหนัก สู่ดวงอาทิตย์
 
 
ความสงสัยแรก ของการกำเนิดดวงอาทิตย์

จากการตรวจพบ เศษแร่ของดาว (Meteorites) อายุดึกดำบรรพ์ 2 ชิ้น พบว่า
เป็นชนิด ในยุคการก่อตัวของระบบสุริยะ มีแร่ประเภท Nickel 60 ซึ่งแร่ดังกล่าวนี้
เกิดจากการเสื่อมลง ของ Radioactive Iron (กัมมันตรังสีของเหล็ก) ทำให้เห็น
ย้อนกลับลงไปสู่ต้นกำเนิดจากเหล็ก อันเป็นจุดเริ่มต้นในขบวนการทางเคมี ที่มี
การเปลี่ยนรูป (Metamorphose) เกี่ยวพันกัน

Nickel 60 เป็นส่วนประกอบทางเคมี ที่ฟุ้งกระจายอยู่ในระบบสุริยะ และห่อหุ้มเป็น
ส่วนผสม กับสะเก็ดดาวอายุอย่างน้อยราว 2.6 ล้านปี ซึ่งมีกัมมันตรังสี เป็นลักษณะ
แสงระยิบระยับของ รังสีจักรวาล(Cosmic eye-blink)

หรือถ้าเป็นอีกกรณี อาจจะมาจากแหล่งการระเบิดของ Supernova (อภิมหา-
นิวเคลียร์จักรวาล)
แต่การระเบิดแบบ Supernova ต้องย้อนเวลากลับไปถึง
1.8 ล้านปี นอกรัศมีไกลไป 5 ปีแสง

แนวคิดต่อการกำเนิดของดวงอาทิตย์ ที่ยังต้องโต้แย้ง

ข้อมูลของดวงอาทิตย์ ที่ถือกำเนิดมาพร้อมๆกับ กระจุกดาวนั้นเปรียบเป็นแนวคิด
แบบClassical (จินตกวีนิพนธ์) ซึ่งพบได้ในบันทึกทั่วไป ในทางวิชาดาราศาสตร์
ซึ่งกระจุกดาวมี 2 ประเภทคือ กระจุกดาวเปิด (Open clusters) และกระจุกดาว
ทรงกลม (Globular clusters)

Open clusters (กระจุกดาวเปิด) ทั่วไปมีอายุน้อยราว 700 ล้านปี จำนวนสมาชิก
ในกลุ่มหนาแน่นน้อยราว 350 ดวง เช่น The Beehive Cluster (M44) ดั้งเดิมมัก
ชุมนุมกันอยู่ บริเวณตามแนวระนาบ ของทางช้างเผือก (Plane of milky way galaxy)

แต่ในทางกลับกัน Globular clusters (กระจุกดาวทรงกลม) เป็นกระจุกดาวที่เก่า
แก่มากๆอายุ 12 พันล้านปี แต่ละกระจุก สมาชิกดาวหนาแน่นมากราว 1 ล้านดวง
และจะไม่อยู่ในบริเวณ ตามแนวระนาบของทางช้างเผือก เช่น M 15

ทั้งสองกรณี จึงเป็นสิ่งที่ยากต่อการสรุปความได้ว่าดวงอาทิตย์ มาจากกระจุกดาว
ประเภทใด แต่หากมาพิจารณาเรื่องอายุกำเนิด 4.6 พันล้านปี ของดวงอาทิตย์นั้น
ถูกต้อง คงสามารถแสดงเงื่อนไขว่าก่อตัวใน Globular clusters (กระจุกดาวทรง
กลม) บริเวณ Galactic disk (ในรัศมี 60,000 ปีแสง จากจุดศูนย์กาแล็คซี่) กระนั้น
ก็ยังมีข้อโต้แย้งกันอยู่
 
 
แนวระนาบ ของทางช้างเผือก (Plane of milky way galaxy)
 
 
กระจุกดาวเปิด The Beehive Cluster (M44)
 
 
กระจุกดาวทรงกลม M 15
 
 
ตำแหน่งปัจจุบัน ของระบบสุริยะ ใน Milky way galaxy
 
 
การเกิดขึ้น ของกระจุกดาวดวงอาทิตย์

พื้นฐานการสำรวจและอนุมานคุณสมบัติ แหล่งกำเนิดดวงอาทิตย์ในกระจุกดาว
(The birth of the Sun's cluster) โดย J.Jeff Hester และ Steven J. Desch
Arizona State University เป็นกรณีย้อนโครงสร้างเพื่อให้เห็นการก่อตัวของ
ดวงอาทิตย์ (ตามลำดับภาพ 1-8)
 
 
 
1.หมอก โมเลกุลก๊าซ ขนาดใหญ่ยักษ์ (Giant cloud of molecular gas) ยุบตัว รวมกันเป็นการกดทับด้วยน้ำหนักของตนเอง อาจมีขนาดใหญ่กว่าระบบสุริยะนับ หลายเท่า
 
 
 
2.ดาวมวลยักษ์ (Massive star) จะหลั่งไหล กัมมันตรังสีรังสี Ultraviolet และ
ละอองไอออน ออกมารอบๆก๊าซ เกิดแรงกระเพื่อม สะท้านออกมาด้านหน้า
(Shock front) ด้วยความเร็ว ราว 2-3กิโลเมตร/วินาที

จากนั้นอย่างน้อย 2-3 ล้านปี บริเวณ Shock front เกิดการรวมตัวกันของก้อน
ก๊าซ (Gas clumps) ขึ้นและมีความกดดันกันเอง จนยุบตัวลงรวมกันเป็นต้นกำเนิด
ของดาว ซึ่งเป็นลักษณะการเกิดของดวงอาทิตย์เช่นกัน
 
 
 
3.หลังจากนั้นต่อมาราว 100,000 ปี ละอองไอออนที่อยู่ขอบด้านหน้า (Ionization
front) ที่มีปฎิกิริยาต่อดาวเกิดใหม่ หยุดการเดือดพล่าน ระบายก๊าซออกมาบริเวณ
ขอบเขตรอบๆ ก๊าซนั้นเกิดเชื่อมโยงกับหมอกโมเลกุลก๊าซขึ้นเป็นระบบ
 
 
 
4.และอีกต่อมาราว 100,000 ปี ละอองไอออนที่อยู่ขอบด้านหน้า (Ionization
front) ซึ่งมีปฎิกิริยาต่อดาวเกิดใหม่ หยุดการเดือดพล่าน ระบายก๊าซออกมาบริเวณ
ขอบเขตรอบๆก๊าซ เกิดมีทรงสันฐานคล้ายกับสร้างรูปร่าง (Finger of gas) เชื่อม
โยงกับหมอกโมเลกุลก๊าซขึ้นเป็นระบบ
 
 
 
5.ภายใน 10,000 ปี ก้อนก๊าซหยุดระบายความร้อนโดยสิ้นเชิง แผ่นจานกลม
ต้นแบบดวงอาทิตย์ในระบบดาวเคราะห์ (Sun's protoplanetary disk) เกิดขึ้น
จาก รังสี Ultraviolet อย่างไม่มั่นคงนัก

ถัดมาระยะเวลา 10,000 ปี หรือมากกว่านั้น รังสีจะเซาะกัด แผ่นจานกลม (Disk)
กินพื้นที่ออกมาในรัศมีราว 50 AU.
 
 
 
6.ผ่านพ้นไปอีก 2 ล้านปี หลังจากที่ ดาวมวลยักษ์ (Massive star) ก่อตัวขึ้นมา
ในระบบสุริยะนั้น ขณะเดียวกัน ก็เป็นการระเบิดแตกของเศษซากพร้อมๆกัน การระเบิดออกดังกล่าว ทำให้เกิด Radioisotopes (ธาตุที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปโดย
กัมมันตรังสี) อย่างใหม่ๆสดๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รวมเข้าเป็น Building Block (ชิ้นส่วนโครง
ย่อยในโครงสร้าง) ของระบบดาวเคราะห์และเป็นพลังงาน กระตุ้นทางธรณีวิทยา
ตั้งแต่ครั้นบรรพกาล
 
 
 
7.บางครั้งช่วงเวลาภายใน 100 ล้านปี หรือราวๆนั้น ดาวดวงอื่นในกระจุกดาว (ซึ่ง
เป็นกระจุกดาวเก่าแก่) ในรัศมี 2,000-3,000 AU. จากศูนย์กลางของดวงอาทิตย์
มีดาวหางเกิดขึ้นจำนวนมาก เป็นสภาพแวดล้อมเช่นแบบเดียวกับ ขอบระบบสุริยะ
ต่างมีเส้นทางโคจรมุ่งเข้าสู่ดวงอาทิตย์
 
 
  8.ด้วยความอ่อนแอของสนามแรงโน้มถ่วง จากพฤติกรรมของโครงสร้างตน
(Self-destruction) ด้วยความหนาแน่น และมีจำนวนมากของดาว ทำให้สมาชิก
ในกระจุกดาว (Cluster members) ถอยห่างกระจายตัวออกไปตลอดช่วง 100-
200ล้านปี อย่างเลื่อยลอย รวมถึงดวงอาทิตย์ด้วย