พลังงานจักรวาล : Universe of Energy [หน้า 2/2]

 
   พลังงานจักรวาล : Universe of Energy [หน้า 2/2]
 
 
มนุษย์ มีสิ่งเดียว กับดวงอาทิตย์ ดวงอาทิตย์ มีสิ่งเดียวกับจักรวาล จักรวาลมีสิ่งเดียวกับโลก
 
 
รูปแบบการเชื่อมโยงพลังงานจักรวาล เพื่อการดำรงชีพ

ความเชื่อมโยง ทรัพยากรพลังงานที่มนุษย์ได้จาก โลก เปลือกโลก บรรยากาศ
โลก จักรวาลและดวงอาทิตย์ ทั่วไปคงไม่ได้คิดลึกย้อนลึกลงไปขนาดนั้น แต่นั้น
คือความเป็นจริงสู่ระบบชีววิทยา จากส่วนประกอบของจักรวาลเอื้อให้มีพลังงาน
ในการดำรงชีพ ตามระบบของสิ่งมีชีวิตที่ให้กำเนิดบนโลกนี้

คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ชีวิตนั้นมีศักยภาพจากพลังงานลักษณะดังกล่าวเป็น
หลัก (คือพลังงานเคมี เป็นพลังงานศักย์รูปแบบหนึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างและ
สลายของพันธะเคมี) ซึ่งไม่ได้เกิดจากพลังงานอภินิหารอื่นใด

รูปแบบการเชื่อมโยงพลังงานจักรวาล ที่มองไม่เห็น

อาจยอมรับได้ว่าสมัยโบราณหลายลัทธิ มีข้ออธิบายในรูปแบบเชิงพลังงานใน แง่ศรัทธาเพื่อให้มนุษย์สร้างความดี ความถูกต้องเพื่อความสุขต่อการอยู่ร่วมกัน โดยเฉพาะหลักปรัชญา ศาสนาต่างๆถือว่าเป็นสิ่งที่มีเหตุผลดีเหมาะสม มีความ สอดคล้องกันกับทางวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน

มีหลายประเด็นที่ลึกซึ้ง แต่ไม่ควรอ้างอย่างร่ำไป อย่างไม่มีเหตุผล เพราะจะเป็น
ปัญหาอาจเกิดความเข้าใจไปนอกลู่นอกทาง ส่วนใหญ่ประสงค์ผลประโยชน์ยิ่ง
สามารถสร้างรูปแบบให้เชื่อผสมกับความยำเกรง มีผลบวกผลลบต่อสภาวะความ
เป็นมนุษย์ได้ ยิ่งเป็นสิ่งน่ากังวลใจ ในสังคมที่อ่อนแอทางจิตต้องการที่พึ่งทางใจ

ความเห็นเชิงวิทยาศาสตร์ เชื่อว่ามีพลังงานที่มองไม่เห็นเกี่ยวข้องกับมนุษย์โดย
ทางตรงและทางอ้อมอยู่ทั่วไป โดยมีผู้พยายามคิดค้นวิธีเชื่อมโยงพลังงานเหล่า
นั้น เพื่อให้ก่อประโยชน์ให้สัมฤทธิ์ผลทางหนึ่งทางใด ในกรณีนี้มีทั้งเป็นไปได้และ
เป็นไปไม่ได้ ผู้คนมักเข้าใจผิดหรือถูกหลอกลวงพร้อมๆกันไปด้วย

พลังงานดังกล่าว จะเรียกว่าอะไรก็ตาม ไม่จำต้องไปไข้วคว้าแบบสุดขั้ว เพราะ
สามารถเกิด ขึ้นกับบุคคล สัตว์ และสิ่งของด้วยศักยภาพเฉพาะด้วยขบวนการที่
เหมาะสมในสภาวะนั้นๆด้วยความเฉพาะตัว ซึ่งอธิบายทางวิทยาศาสตร์ยากขณะนี้

แม้เคยมีทฤษฎี Aristotle's theory of universals ยุคโบราณพยายามหาคำอธิบาย
โดยมี Marcus Aurelius (จักรพรรดิ์แห่งโรม) ทดลองเชื่อมโยงตนเองกับระบบอื่น
ในจักรวาลแต่ไม่ประสบผลจึงถูกยกเลิกไปในที่สุด จากสถาบันปรัชญาศาสตร์ใน
ยุคนั้น ด้วยเหตุผลว่าน่าเป็นการนึกคิดเอง
 
 
นักปราชญ์ และจักรพรรดิ์แห่งโรม ที่เกี่ยวข้องกับ Aristotle's theory of universals
 
 
Quantum computers
   
 
การทดลองวิเคราะห์ผล เรื่องพลังงานในจักรวาล สร้างตระกูลมนุษย์

รายงานทางวิทยาศาสตร์ เมื่อ ค.ศ. 2006 ได้มีการวิเคราะห์ ตามหลักการคำนวณ
Quantum computers พบการซ่อนเร้นรูปแบบพลังงานก่อนหน้ากำเนิดจักรวาล
ยาวนาน และพลังงานเหล่านี้มีผลต่อ แต่ละตระกูลแห่งมนุษย์ (Human Species)
ที่อาจมีในจักรวาล เป็นเรื่องธรรมชาติที่ยากจะเข้าใจอีก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์มั่นใจ
ว่ามีการคำนวณอย่างถูกต้องแม่นยำ

การวิเคราะห์ ได้เจตนาทดลองให้ผิดเพี้ยนออกไป ผลปรากฎออกมาพบตระกูล
มนุษย์ที่ผิดปกติออกไป เป็นลักษณะ Cellular automata (มนุษย์กล)ไม่เกิดผล
ตามรูปแบบมนุษย์ทั่วไป แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีความก้าวหน้ามากกว่าไปนั้น

จากความกว้างใหญ่ของจักรวาล ที่มีจำนวนของ กาแล็คซี่ กระจุกดาว เนบิวล่า
นับหลายพันล้านแห่ง เชื่อว่ามีการสลับฉากไปมาของระบบ เหมือนเป็นรหัสลับที่
ที่ยังไม่เข้าใจ เป็นไปได้หรือไม่ สิ่งทรงปัญญาในแต่ละแหล่งแห่งหนนั้น อาจมี
รูปแบบของพลังงาน ต่างกันตามบทบาทของตน ดังเช่นระบบชีวิตมนุษย์

การค้นพบดังกล่าว ยังมิได้มีข้อยุติใดๆ ยังมีการโต้แย้งถึง ข้อพิสูจน์จากแต่ละ
สถาบัน อย่างไรก็ตามคงมีแนวเพิ่มขึ้นว่า พลังงานในจักรวาลนั้นมีความเกี่ยวข้อง
กับมนุษย์อย่างแน่นอน ในรูปแบบหนึ่งรูปแบบใด ไม่ว่าในทางสารประกอบเคมี
หรือทางพลังงานที่ซ้อนเร้นแบบหนึ่งแบบใด
 
 
แบบอย่างโครงสร้างที่ผิดเพี้ยนเป็นลักษณะ Cellular automata (มนุษย์กล)
 
 
ความรู้เรื่องพลังงานในจักรวาลทางวิทยาศาสตร์

สำหรับมนุษย์ การเชื่อมโยงพลังงาน ในร่างกายแสดงออกในรูปแบบคลื่นไฟฟ้า
อ่อนๆ ที่มีปริมาณต่ำ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม เป็นขนาดที่ร่างกายรับได้และ
เอื้อประโยชน์ด้านสุขภาพถือว่าเป็นระบบที่ปกติ  สามาถตรวจวัดพบได้ในทางการ
แพทย์ หากด้วยปริมาณพลังงานไฟฟ้ามากเกิน ก็สามารถกระทำได้ แต่ร่างกาย
จะไม่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น อาจเกิดผลกระทบต่อร่างกายหากไม่เคยชิน

ดังเช่นเวลาเรารับประทานอาหาร หากอิ่มเราก็ไม่อยากที่จะรับประทานอีก ถ้าจะ
พยายามรับประทานเพิ่ม สุดท้ายกระเพาะอาหารรับไม่ได้อาเจียรออกมา เพราะ
สภาพร่างกาย มีศักยภาพที่สามารถปรับความสมดุลยได้อย่างพิศวงเช่นเดียวกับ
การพยายามนำพลังบางชนิดเข้าสู่ร่างกาย

เชื่อว่าหากสามารถดึงเอาพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายได้ จะทำให้ระบบต่างๆของ
ร่างกายมีความเสถียรได้ในระดับที่ดีเพิ่มขึ้น โดยพลังงานเหล่านี้มีอยู่ทุกหนแห่ง
ของจักรวาล

การทดลองภายในห้องปฎิบัติการ นักวิทยาศาสตร์พยายามหา วิธีการถึงการนำ
ประโยชน์จากพลังงานในจักรวาล ที่มีอยู่อย่างมากมาย เพื่อมาพัฒนารูปแบบให้
เกิดความชัดเจน สำหรับมนุษย์ในด้านต่างๆ

ด้วยการสร้างเครื่องมือปฎิบัติการสืบค้นจักรวาล คือ The Large Hadron Collider
(LHC) ได้ทำการทดลองครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 2008 เพื่อหาคำตอบถึงความเชื่อมโยง
ของชิ้นส่วนพลังงานในจักรวาลที่เราไม่รู้จัก โดยการเลียนแบบสร้างสถานะการณ์
ให้มีบรรยากาศเช่นห้วงจักรวาล ที่มนุษย์ไม่สามารถเดินทางไปถึงได้ เป็นการตาม
หาพลังงานอนุภาคในชนิดต่างๆ
 
 
The Large Hadron Collider (LHC)
 
 
The Large Hadron Collider (LHC)
 
  การทดลองทั่วไป จากการค้นพบของ William Rankine นักฟิสิกส์และวิศวกร
เรียกว่า พลังงานศักย์ (Potential energy) ศตวรรษที่ 19 มีให้พบเห็นตามสถาบัน
ต่างๆเพื่อการเรียนรู้ ในรูปแบบ Electrostatic energy อาจมองว่าเป็นเรื่องแปลก

ในความเป็นจริงเป็นเรื่องธรรมดาทางวิทยาศาสตร์ ที่เป็นลักษณะไฟฟ้าสถิต อย่าง ไรก็ตาม มักมีรูปแบบที่ตื่นเต้น สนุกสนาน แต่เป็นเรื่องที่คนทั่วไปจะเข้าใจถึงบท
บาทด้านพลังงานเบื้องต้น จากการมองเห็นได้ ไม่ได้เพ้อฝัน
 
 
 
Electrostatic energy glows จาก Weltmaschine (World Machine)
ใน Exhibition documents the Large Hadron Collider (LHC) ที่ Berlin - Germany
 
 
Electrostatic Exhibit ของสถาบัน Resonance Researc ใน Baraboo Wisconsin
 
 
ขบวนการตามล่าหาพลังงานจักรวาล

สำหรับการสำรวจพลังงานจากอนุภาคต่างๆของจักรวาล มีสถาบันชั้นนำระดับโลก
ให้ความสำคัญ ทดลองค้นคว้ามานับหลายสิบปี ไม่ว่าในเชิงจักรวาลวิทยา หรือ
ด้านการศึกษา เพื่อหาคุณสมบัติพิเศษจากอนุภาคต้นทางพลังงาน ตัวอย่าง เช่น

Neutrino อนุภาคมูลฐานชนิดหนึ่ง ที่เป็นกลางทางไฟฟ้าจะทำปฏิกิริยาเฉพาะ
กับแรงนิวเคลียร์แบบอ่อนและแรงโน้มถ่วง เคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกือบเท่าแสง
เป็นอนุภาคสามัญที่สุดในจักรวาล อาจเรียกว่าเป็น อนุภาคล่องหน

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Neutrino ที่เกิดจากแหล่งกำเนิดต่างๆ ในแต่ละแหล่งของ
จักรวาล ได้นำข้อมูลของแหล่งกำเนิดนั้นๆ มาด้วยโดยไม่ถูกบิดเบือน เพราะว่า
Neutrino แทบไม่เกิดการปฏิสัมพันธ์ใดๆเลย จะทำให้ได้ข้อมูลวิเคราะห์ที่ไม่ถูก
บิดเบือนผิดจากความจริง
 
 
ห้องดักจับอนุภาค Neutrino ของ University of Alabama
 
 
การแสดงตัวของอนุภาค Neutrino
 
  Top Quark นักวิทยาศาสตร์ เชื่อว่าสสารทั้งหมดประกอบขึ้นจากอนุภาคพื้นฐาน
เพียง 2 ชนิด คือ Lepton และ Quark โดยเฉพาะ Quark แบ่งออกได้ เป็น 3 คู่
(ุุ6 ชนิด) ซึ่งมี Top quark รวมอยู่ซึ่งมีมวลมากกว่า Quark ชนิดอื่นๆ และสลาย
ตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากนำมาวิเคราะห์อาจนำสู่การเชื่อมโยงไปยังอนุภาคอื่นๆ
ในจักรวาลต่อไปอีกได้

Higgs field มี ความเห็นพ้องกันว่าในอวกาศ ทั่วไปมี Higgs field เกิดความคิดใหม่ ว่า Higgs mechanism (กลไกที่ทำให้เกิดมวล) มีการสลับฉากเปลี่ยนแปลงระหว่าง
กันในสนามพลังดังกล่าวเป็นบ่อเกิดของมวล จำนวนมากด้วยความมั่นคงและคับคั่ง
ช่วงระยะที่สลับฉาก มีความอ่อนแอต่อแสง ภายใน Higgs field จึงเกิดอนุภาคใหม่
ขึ้นคือ Higgs boson
 
 
The Fermilab Tevatron สถาบันสำรวจเรื่องอนุภาค Top Quark
 
 
Top Quark จากแบบจำลองโดยคอมพิวเตอร์
 
 
Higgs field จากแบบจำลองโดยคอมพิวเตอร์
 
 
Seesaw mechanism แบบจำลองอนุภาค ordinary neutrino ชนปะทะกับอนุภาค
Higgs boson เป็นขบวนการเกิดไม่รู้จบ ของสสารในจักรวาล
 
 
Gluon-field จากแบบจำลองโดยคอมพิวเตอร์
 
 
ข้อสรุปภาพรวม พลังงานจักรวาล

คำอธิบายโดยพื้นฐานจากต้นทางชีวิต จนถึงการสำรวจทางวิทยาศาสตร์เป็นการชี้
ให้เห็นได้ว่า ระบบของโลกและมนุษย์ มีความสัมพันธ์กับอนุภาคในจักรวาลแจ่ม
ชัด แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาเพราะการสืบค้นดังกล่าว เป็นการหารากฐานของพลัง
งานซึ่งมีองค์ประกอบที่เล็กมาก

เปรียบเสมือนกำลังหาเม็ดหินก้อนเล็กท่ามกลางภูเขาใหญ่ เรารู้ว่าหินก้อนเล็กๆนั้น
รวมมากขึ้นเป็นภูเขาที่มีความมั่นคงได้ และหินเล็กนั้นก็มีเยอะ แต่ก้อนที่เราสงสัย
ต้องการกลับมองไม่เห็นเพราะเล็กมากลงไปอีกจนหายังไม่พบ

ขบวนการค้นหาพลังงานจักรวาล มักถูกสบประมาท ว่าคงหาไม่พบแน่ ซึ่งอาจจริง
ได้เช่นกันทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือ หรือวิธีที่เข้าใจ แต่ถ้าไม่พบวันนี้อีก 100 ปีก็พบ
ได้ เพราะทั้งหมดควรมีอยู่จริง
 
 
 
References :

Physics and Astronomy University of Alabama
The National Institute on Aging (NIA)
part of the National Institutes of Health (NIH)
Jefferson Lab's Science Education
science@berkeley lab

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น